รองอธิบดีกรมชลฯพร้อมคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่อุตรดิตถ์ เร่งสร้างอ่างฯห้วยน้ำรี ก้าวหน้าแล้วกว่า 50% ( มีคลิปข่าว )

รองอธิบดีกรมชลฯพร้อมคณะสื่อมวลชนสัญจรลงพื้นที่อุตรดิตถ์ เร่งสร้างอ่างฯห้วยน้ำรี ก้าวหน้าแล้วกว่า 50%

 นายเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยหลังนำส่วนราชการ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสื่อมวลชนลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดําริ ต.จิรม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ ว่า ในส่วนความคืบหน้าของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีนั้น ปัจจุบันมีความคืบหน้าไปมากกว่า 50%  แบ่งเป็นความก้าวหน้าโครงการทั้งหมดแผนงาน 59.668% ผลงาน 54.544% คาดจะแล้วเสร็จในปี 2564

  ในส่วน มาตรการการป้องกันแก้ไขและติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมนั้น กรมชลประทานได้มีแผนการป้องกันแก้ไข และติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อมรองรับ ทั้งหมด 27 แผน แบ่งเป็น   1. แผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขผลกระทบสิ่งแวดล้อม 10 แผน 2. แผนปฏิบัติการติดตามตรวจสอบผลกระทบสิ่งแวดล้อม 17 แผน ระยะเวลาดําเนินการ รวมทั้งหมด 10 ปี ตั้งแต่ พ.ศ.2555 จนถึง พ.ศ.2564 หน่วยงานที่รับผิดชอบทั้งหมด 14 หน่วยงาน   หากก่อสร้างแล้วเสร็จ จะแก้ไขปัญหาน้ำ ทั้งอุกภัย ปัญหาภัยแล้งซ้ำซาก อ.เมือง   อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กว่า 8 ตำบล 60 หมู่บ้าน ครอบคลุมพื้นที่ชลประทาน 53,500 ไร่ ช่วยบรรเทาปัญหาอุทกภัยในลุ่มน้ำน่าน และการปรับปรุงภูมิทัศน์

  เพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของจังหวัดอุตรดิตถ์ สร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชนในพื้นที่ได้อีกทางหนึ่ง สำหรับผลการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของกรมชลประทานที่สามารถเห็นได้ชัดนั้น แบ่งออกเป็นส่วนๆ ได้แก่ งานด้านการปลูกป่าทดแทน อนุรักษ์ป่าไม้ ดินและน้ำ ผ่านการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการอนุรักษ์และฟื้นฟูป่า ตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 ดังนี้

 

 

1.การจัดกิจกรรมปลูกป่าทดแทน รวม 4,395 ไร่ 2.การจัดกิจกรรมสร้างฝาย รวม 97 ฝาย เป็นฝายชะลอน้ำกึ่งถาวร 23 ฝาย ฝายชะลอน้ำผสมผสาน 23 ฝาย และ 3.การบำรุงป่า ปีที่ 4-6 รวมถึงบำรุงรักษาระบบนิเวศน์ต้นน้ำ 2-6 ปี อีกทั้งยังมีการดำเนินการด้านการป้องกันการบุกรุกพื้นที่อุทยานแห่งชาติลำน้ำน่าน ซึ่งทางกรมชลประทานได้ร่วมป้องกัน ปราบปราม และประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจกับประชาชนในบริเวณลุ่มน้ำรี เพื่อให้มีความร่วมมือกับภาครัฐในการรักษาทรัพยากรธรรมชาติ ให้มีน้ำอุปโภคบริโภคอย่างยั่งยืน

หลังจากนั้น ท่านรองอธิบดีกรมชลประทาน ได้เดิน ทางตรวจเยี่ยม โครงการฟื้นฟูสภาพป่าตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 สำนักสนองงานพระราชดำริ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ปฎิบัติงาน โดยมี  นายนที  บิณฑวิหค หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับ นายเฉลิมเกียรติ  คงวิเชียรรัตน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน และคณะสื่อมวลชนสัญจร ( ส่วนกลาง) ที่มาติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อเร่งการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านทรัพยากรป่าไม้ในเรื่องการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการแก้ไขปัญหาผล

กระทบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี พร้อมลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานของโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี และดูผลงานของโครงการฟื้นฟูสภาพป่าฯห้วยน้ำรี ด้านการฟื้นฟูสภาพป่าตามแนวพระราชดำริควบคู่กับการพัฒนาและส่งเสริมและคุณภาพชีวิตราษฎร การสร้างป่าสร้างรายได้ตามแนวพระราชดำริฯ

เช่น การส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า  ยางนา ไผ่ซางหม่น มะแขว่น ข่าป่า กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง เป็นต้น พร้อมทั้งสนับสนุนการแปรรูปผลผลิต ทั้งนี้นายเฉลิมเกียรติ  คงวิเชียรรัตน์ รองอธิบดีฝ่ายวิชาการ กรมชลประทาน ได้ปลูกต้นรวงผึ้งบริเวณหน้าสำนักงานโครงการฯ ไว้เป็นที่ระลึก และได้ลงพื้นที่ชุมชนบ้านกิ่วเคียน ม.12 ต.จริม อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ เพื่อดูงานที่ทางโครงการฟื้นฟูสภาพป่าฯร่วมกับกรมชลประทานส่งเสริมอาชีพด้านการสร้างป่าสร้างรายได้และแปรรูปผลผลิตเมล็ดมะม่วงหิมพานต์บ้านกิ่วเคียนฯ

นายนที  บิณฑวิหค หัวหน้าโครงการฟื้นฟูสภาพป่าตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำรี อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ขณะดำเนินงานก่อสร้างโครงการฯ เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำของ กรมชลประทานแล้ว ด้านส่วนประสานโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 11 สำนักสนองงานพระราชดำริ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ฯ ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาผลกระทบด้านทรัพยากรป่าไม้ในเรื่องการฟื้นฟูป่าต้นน้ำ และการแก้ไขปัญหาผลกระทบแก่ราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการสร้างอ่างโครงการฯ ควบคู่ไปด้วย เน้น การสร้างป่าสร้างรายได้ตามแนวพระราชดำริฯ

 เช่น การส่งเสริมการปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ยางนา ไผ่ซางหม่น มะแขว่น ข่าป่า กล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง มะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น  พร้อมทั้งสนับสนุนการแปรรูปผลผลิต ด้วยการพัฒนากลุ่มอาชีพ 5 กลุ่ม 5 ตำบล ในพื้นที่โดยรอบโครงการฯ สร้างรายได้เสริมให้แก่ประชาชน ส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ให้มั่นคงอย่างยั่งยืนและ จัดตั้งโครงการปลูกป่าเพื่อทดแทนพื้นที่ป่าที่สูญเสียไป

                                                                                       เอนก ธรรมใจ /รายงาน