จังหวัดเชียงราย หมอกควัน วิกฤต ระยะมองเห็นนักบินเหลือพันสี่ร้อยเมตร

จังหวัดเชียงรายหมอกควันวิกฤติ ระยะมองเห็นนักบินเหลือ 1,400 เมตร


เชียงราย-ต้านมือเผาไม่อยู่ พบจุด‘ฮอตสปอต’กระจายเกลื่อนส่งผลหมอกควันเต็มเมือง ผู้ว่าฯ เต้น สั่งระดมฉีดน้ำลดปัญหาฝุ่นละอองทั่วเมือง ค่า RVA ท่าอากาศยานฯ ลดฮวบเหลือระยะการมองเห็นเพียง 1,400 เมตร สั่งระดมรถพ่นน้ำแรงดันสูงฉีดรอบสนามบิน พร้อมเดินเครื่องสปริงเกอร์แรงสูงหัวรันเวย์ช่วยนักบิน ขณะแพทย์เตือนเป็นอันตรายต่อสุขภาพประชาชน โดยเฉพาะ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วย อาจมีภาวะหัวใจกำเริบได้


จากกรณีที่เกิดไฟป่าและหมอกควันกระจายทั่วภาคเหนือและประเทศข้างเคียง ส่งผลกระทบทำให้เกิดปัญหาหมอกควันกระจายตัวทั่วภาคเหนือ ไม่เว้นแม้กระทั่ง จ.เชียงราย ที่รักษาฐานที่มั่นท้องฟ้าปลอดโปร่งมาได้เพียงชั่วระยะเท่านั้น ในวันนี้ รายงานจากกรมควบคุมมลพิษทางอากาศ ณ สถานีตรวจวัดคุภาพอากาศที่ อ.เมือง จ.เชียงราย วัดค่า PM 2.5 สูงสุด ได้= 214 ไมโครกรัม/เปอร์เซ็นต์,ค่า PM 10 ได้ = 243 ไมโครกรัม/เปอร์เซ็นต์ ค่า AQI หรือดัชนีคุณภาพอากาศมีค่าสูงถึง 324 AQI ส่วนสถานีตรวจวัดสภาพอากาศที่ อ.แม่สาย วัดค่า PM 2.5 สูงสุด ได้ = 266 ไมโครกรัม/เปอร์เซ็นต์,ค่า PM 10 ได้ = 308 ไมโครกรัม/เปอร์เซ็นต์ ส่วนค่า AQI สูงถึง 376 ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายและส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว


ล่าสุด นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้ประกาศแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน เน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ ทุกอำเภอ ให้เร่งระดมเจ้าหน้าที่ รถบรรทุกน้ำ รถฉีดพ่นน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื่นในอากาศแล้ว กำชับเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน ในการสอดส่องลาดตระเวรไม่ให้มีการลักลอบเผาป่าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดการเผาโดยเด็ดขาด ถึงแม้จังหวัดเชียงราย จะพบจุดความร้อนไม่กี่จุดและมีการเผาน้อยที่สุดของภาคเหนือ แต่กลุ่มหมอควันก็ยังปกคลุมหนาแน่นเกินมาตรฐาน แรงลมที่พัดผ่านไป มา ทำให้กลุ่มหมอกควันดังกล่าวเคลื่อนไหวไปยังพื้นที่ต่างๆ และส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนแล้ว

ก่อนที่จะลงพื้นที่ไปยังอำเภอแม่สาย เพื่อสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระดมเจ้าหน้าที่ รถน้ำ เพื่อฉีดพ่นน้ำ ตั้งแต่หน้าด่านพรมแดนอำเภอแม่สาย ท่าขี้เหล็ก เมียนมา เพื่อเป็นการบรรเทากลุ่มหมอกควันที่ปกคลุมในพื้นที่ต่างๆ ของจังหวัดเชียงราย ให้บรรเทาเบาบางลงไป โดยนายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอแม่สาย ในฐานะผู้อำนวยการอำเภอ ได้เร่งสั่งการให้ระดมรถบรรทุกน้ำของ อปท.ในพื้นที่ รวม 10 คัน และขอสนับสนุนรถพ่นน้ำแรงดันสูงจากศูนย์ ปภ.เขต 15 จังหวัดเชียงราย ทำการฉีดพ่นละอองน้ำบริเวณหน้าด่านพรมแดนแม่สาย ตามข้อสั่งการฯ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศและดักละอองหมอกควันที่มีค่า Pm 2.5 เกินมาตรฐาน โดยจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ พร้อมรณรงค์ให้ประชาชนในพื้นที่ช่วยกันฉีดพ่นละอองน้ำในทุกครัวเรือน และชุมชน


เช่นเดียวกันกับหน่วยทหาร มทบ.37/กกล.รส.จว.ช.ร. ได้จัดรถบรรทุกน้ำ จำนวน 2 คัน ทำการฉีดพ่นละอองน้ำ ฉีดพ่นล้างต้นไม้ ล้างถนน เพื่อลดค่าฝุ่นละอองในอากาศ สร้างความชุมชื่นในอากาศ ภายในค่ายเม็งรายมหาราช,บริเวณถนนหน้ากองบัญชาการ มทบ.37,หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารม้าที่ 2,ศาลมณฑลทหารบกที่ 37,โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์ บริบูรณ์ธนวัฒน์ และ อาคารบ้านพักนายทหาร ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมืองเชียงราย และทุกพื้นที่ต่างระดมฉีดพ่นน้ำสร้างความชุ่มชื่นอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายวีระศักดิ์ ชั้นบุญใส ผอ.ท่าอากาศยานแม่ฟ้าหลวง เชียงราย ได้สั่งการเจ้าหน้าที่ภาคพื้น ระดมฉีดสปริงเกอร์น้ำแรงดันสูง ที่บริเวณหัวรันเวย์ทางด้านทิศเหนือ และทิศใต้ ที่ได้ติดตั้งไว้ก่อนหน้านี้แล้วในกรณีเกิดวิกฤติหมอกควัน ช่วยการนำเครื่องขึ้น-ลง ของนักบิน และสั่งกรรถฉีดพ่นละอองน้ำฉุกเฉิน วิ่งฉีดพ่นน้ำวนรอบบริเวณท่าอากาศยานเพิ่มความชุ่มชื่นในอากาศ โดยระยะการองเห็นของนักบินวันนี้อยู่ที่ 1,400-1,600 เมตร ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่อยู่ที่ 2,000 เมตร แต่นักบินยังสามารถนำเครื่องบิน บินขึ้น-ลง ได้ตามปกติ 

ทางด้าน ผศ.(พิเศษ) นพ. ชวน ชีพเจริญรัตน์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้าน หู คอ จมูก โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ได้กล่าวถึงฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 คือฝุ่นละอองที่มีขนาด ไม่เกิน 2.5 ไมครอน ว่าขณะนี้ในจังหวัดเชียงรายประสบปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กPM 2.5 กระจายตัวปกคลุมทั่วจังหวัดเชียงราย พบว่า ดัชนีคุณภาพอากาศ (Air Quality Index : AQI) มีค่ามากกว่า 100 ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และในบางพื้นที่มีค่า AQI มากถึง 500 ซึ่งถือว่าเป็นภาวะวิกฤต และเป็นภัยต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดเชียงราย ถ้าสัมผัสฝุ่นละอองขนาดเล็กเป็นเวลานานจะทำให้เกิดผื่นคัน ตาแสบ เคือง แดง แสบจมูก ไอ จาม มีเสมหะมากขึ้น ติดหวัดง่ายขึ้น แต่ไม่ได้เป็นทุกคน คนที่เป็นภูมิแพ้ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ เป็นโรคหลอดลมและหอบหืดจะมีผลกระทบมากกว่าผู้ที่มีแนวโน้มความดันสูงอยู่แล้วจะมีความดันสูงขึ้น คนเป็นโรคหัวใจ หากอยู่ในที่ที่มีมลภาวะสูงนานๆ ก็อาจมีภาวะหัวใจกำเริบได้ คาดว่าหน่วยงานราชการจะมีมาตรการต่างๆออกมาในไม่ช้านี้ และทุกคนช่วยกันจัดการมลพิษนี้ อย่าคิดว่าเป็นเรื่องของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง


ในเบื้องต้นขอให้ประชาชนทุกคนดูแลสุขภาพของตนเอง แม้วิธีการต่างๆ จะไม่ได้ผล 100% แต่ช่วยลดปริมาณฝุ่นเข้าสู่ร่างกายได้ในระดับหนึ่ง เช่น งดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรอยู่ในอาคารบ้านพัก โดยลดการเดินทางหากไม่จำเป็น โชคดีว่าช่วงนี้เป็นช่วงนักเรียนหยุดเทอม เด็กวัยเรียนหรือเด็กเล็ก ไม่ต้องออกมาเผชิญกับสภาพอากาศที่ไม่ดี และเป็นการลดการปล่อย PM 2.5 จากเครื่องยนต์ของรถได้ด้วยเช่นกัน ในภาวะวิกฤตหมอกควันของจังหวัดเชียงรายในขณะนี้ การใส่หน้ากากอนามัยจะช่วยลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการใส่หน้ากากอนามัย N 95 หน้ากากอนามัย 2 ชั้น หรือซ้อนกระดาษทิชชูก็ช่วยได้ ดีกว่าการหายใจเอาหมอกควัน PM 2.5 เข้าสู่ร่างกายโดยตรง


การทำความสะอาดอาคารบ้านพัก ควรใช้วิธีการถูด้วยผ้าเปียก แทนการกวาดซึ่งจะทำให้ฝุ่นฟุ้งขึ้นมาได้ การอยู่ในอาคารบ้านพัก การปิดประตูหน้าต่างในอาคารและใช้เครื่องกรองอากาศที่มีให้ HEPA filter จะช่วยลดปริมาณ PM 2.5 ในอาคารได้ ซึ่งไม่นานมานี้ทราบข่าวว่านักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้เสนอ เครื่องฟอกอากาศทำเองราคาประหยัด ประยุกต์พัดลมตั้งโต๊ะในบ้านติดแผ่นกรองต้นทุนต่ำแค่ 30 บาท สามารถลดฝุ่น PM2.5 ได้ 80% ซึ่งเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์มากในขณะนี้ ส่วนการดื่มน้ำบ่อยๆ จะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้น ถ้ามีอาการระคายเคืองตาควรสวมแว่นเพื่อกันฝุ่นควันและอาจใช้น้ำตาเทียมเพื่อลดอาการระคายเคืองตา

ขอให้ชาวเชียงรายงดการติดไฟเผาสิ่งต่างๆ ภายในครัวเรือน และในพื้นที่เกษตรกรรม อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะไม่เป็นการซ้ำเติมภาวะหมอกควัน PM 2.5 ในขณะนี้ และช่วยกันกระตุ้นเตือนคนรอบข้างและคนในสังคมในการดูแลตัวเองให้ถูกวิธีด้วย

ขอขอบคุณเครดิตภาพข่าว

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ/รายงาน