ลุงวัย 81 ปีอดีตกรรมการสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงเมืองอุตรดิตถ์ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์รอบ 2 หลังสหกรณ์ล้มตนเอง ต้องใช้หนี้แทนกรรมการทั้งหมด

ลุงวัย 81 ปีอดีตกรรมการสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงเมืองอุตรดิตถ์ร้องศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์รอบ 2 หลังสหกรณ์ล้มตนเอง ต้องใช้หนี้แทนกรรมการทั้งหมด

 

 


เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2561เวลา 09.19 น. คุณลุงพร้อม สุขช้ำ อายุ 81 ปีอาศัยอยู่บ้านเลขที่ 98 หมู่ 2 บ้านป่ากล้วย อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ ได้ยื่นหนังสือต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดอุตรดิตถ์ รอบที่ 2 หลังเรื่องผ่านไปหลายปีไม่มีความคืบหน้า เหตุตนเองและพวกรวม 9 คนได้เป็นกรรมการสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงเมืองอุตรดิตถ์โดยก่อนเข้าเป็นกรรมการนั้นกรรมการชุดก่อนได้ทำการกู้เงินมา 1 ล้านบาทเพื่อนำมาให้สมาชิกสหกรณ์กู้ต่อเพื่อไปลงทุนแต่ยังไม่ได้มีการชำระหนี้ ซึ่งหลังจากนั้นตนเองพร้อมคณะกรรมการชุดใหม่ก็ได้เข้าไปบริหารต่อมาทางเจ้าหน้าที่ส่งเสริมสหกรณ์ได้เข้ามาขอเปลี่ยนสัญญาใหม่เมื่อปี 47 โดยอ้างว่าจะกู้เงินจังหวัดเพื่อนำไปส่งกรมโดยให้คณะกรรมการชุดใหม่ค้ำประกันแทนคณะกรรมการชุดเก่าที่หมดวาระไปแล้ว ต่อมาคณะกรรมการชุดใหม่รวมถึงลุงพร้อมเองเมื่อบริหารครบ 4 ปีก็ต้องออกจากการบริหารตามวาระ ปรากฎว่าทาง กรมส่งเสริมสหกรณ์ ได้มีหนังสือมาเตือนให้มีการชำระหนี้ จนในที่สุดในปี 54 กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้ฟ้องคณะกรรมการสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงเมืองอุตรดิตถ์ที่ศาลปกครองจังหวัดเชียงใหม่และมีหนังสือบังคับคดีมาเมื่อปี 56 หากไม่ชำระหนี้ก็จะยึดทรัพย์


และในวันที่ 20 ตุลาคม 2558 ลุงพร้อมได้เข้าไปที่สหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์และขอเลิกล้มสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ไม่ดำเนินการอีกต่อไปและได้นำทรัพย์สินของสหกรณ์ผู้ปลูกกระเทียมและหอมแดงอำเภอเมืองอุตรดิตถ์ไปฝากไว้ที่สหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์และขอให้สหกรณ์จังหวัดร่วมกันตามหนี้จากสมาชิกเพื่อมาใช้หนี้ส่วนนี้ด้วยแต่ทางสหกรณ์ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย และในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 ก็ได้มีเจ้าหน้าที่บังคับคดีมาจากจังหวัดพิษณุโลกพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากสหกรณ์ได้มายึดบ้านพร้อมที่ดินของตนเอง ซึ่งลุงพร้อมก็ถามว่าของกรรมการคนอื่นทำไมจึงไม่ยึดทางเจ้าหน้าที่ก็ตอบว่าทรัพย์สินของกรรมการคนอื่นมีไม่พอหรือมีก็ติดจำนองยึดไม่ได้สำหรับของลุงกระดาษมันขาวยึดไปก็พร้อมที่จะขายและก็ใช้หนี้พอ หากลุงอยากจะให้กรรมการทั้งหมดมาร่วมใช้หนี้กับลุงๆก็ต้องไปหาทนายไล่ฟ้องเอาเอง ตนเองจึงคิดว่าการกระทำดังกล่าวของเจ้าหน้าที่ไม่เป็นธรรมกับตนเองมากนักเพราะทุกวันนี้ก็ต้องเสียค่าจ้างทนายกว่า 3 หมื่นบาทเพื่อตามฟ้องคณะกรรมการคนอื่นและต้องไปกู้หนี้สหกรณ์เพื่อการเกษตรมาใช้หนี้ทั้งหมดเพื่อไถ่ถอนบ้านคืนมาต้องเสียค่าดอกสหกรณ์ปีละกว่า 4 หมื่นบาทต่อปี
และตัวเองก็อายุ 81 ปีแล้วจะมีปัญญาหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้สหกรณ์จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลและให้การช่วยเหลือ


ด้าน นายถาพร ณ.นคร สหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวได้เกิดขึ้นก่อนที่ตนเองจะมารับตำแหน่งสหกรณ์จังหวัดอุตรดิตถ์แต่ตนเองก็พอทราบเรื่องอยู่บ้างและก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในเรื่องนี้ โดยจะให้ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมสหกรณ์ที่ 1 ซึ่งดูแลรับผิดชอบสหกรณ์แห่งนี้พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยในลักษณะเยียวยาหรือช่วยเหลือลุงพร้อมเพราะว่าลุงพร้อมก็อายุชรามากแล้วอายุ 81 แล้วซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเข้าไปช่วยติดตามอดีตกรรมการที่ผิดนัดชำระหนี้และภาระหนี้ไปตกอยู่กับลุงพร้อมที่ต้องชำระหนี้แทน ซึ่งตรงนี้เราจะให้ทางเจ้าหน้าที่ของเราเข้าไปช่วยติดตามเพื่อให้กรรมการที่มีส่วนร่วมได้นำเงินมาใช้คืนให้กับลุงพร้อมต่อไป

ทีมข่าวภูมิภาคโพสต์/รายงาน โทร.098-8388456