กองพันทหารม้าที่ 7 ทำพิธีวางศิลาฤกษ์องค์การก่อสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้า สมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ

กองพันทหารม้าที่ 7 ทำพิธีวางศิลาฤกษ์องค์การก่อสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้า สมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ


เมื่อเวลา​ 09.09 น.ของวันที่​ 27​ ก.พ.2562​ ที่บริเวณสนามฝึกกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2​ พล.ท.จำลอง​ โพธิ์ทอง​ อดีตรองแม่ทัพภาคที่​ 3​ พล.ต.วิชิต​ วงค์​สังข์​ ผบ.พล.ม.1/ผบ.กกล.ผาเมือง​ พ.อ.ชาตรี​สงวนธรรม​ ผบ.ม.2​ และอดีตผู้บังคับ​บัญชา​ นายธาตรี​ บุญ​มาก​ นายอำเภอเมืองอุตรดิตถ์​ นางสาวนิลเนตร​ โลหะพจน์พิลาศ​ อุตสาหกรรม​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นางณัฐพร​ มหาไพบูลย์​ พาณิชย์​จังหวัด​อุตรดิตถ์​ นางดุษฎี​ ถาวรจตุรวัฒน์​ ประชาสัมพันธ์​จังหวัด​อุตรดิตถ์​เข้าร่วมในพิธีวางศิลาฤกษ์​ อนุสรณ์​สถานผู้กล้าสมรภูมิ​บ้าน​ร่มเกล้า​และ​สมรภูมิอื่น​ๆ​


โดยมี​ พ.ท.กฤตินันท์​ นิโลบล​ ผู้บังคับกองพันทหารม้าที่ 7 กรมทหารม้าที่ 2 พร้อมด้วยกำลังพล และว่าที่ร้อยตรี ทรวง นาพันธ์ นายกสมาคมทหารผ่านศึกจังหวัดอุตรดิตถ์ ให้การต้อนรับซึ่งในการทำพิธีวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆในการวางศิลาฤกษ์​ ก่อสร้างอนุสรณ์​สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ ด้วยพลตรีวิชิต​ วงศ์สังข์​ ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 1/ผบ.กองกำลังผาเมือง​ มีดำริให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ เพื่อเป็นอนุสรณ์ประกาศคุณงามความดีความเสียสละเพื่อเป็นเกียรติต่อผู้สละชีพในสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ อีกทั้งยังเป็นแหล่งการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และเป็นแบบอย่างให้ทหารรุ่นหลังรวมทั้งลูกหลานพี่น้องคนไทยทุกคนได้มีจิตสำนึกในความเสียสละความรักชาติบ้านเมืองและความสามัคคี

โดยจะจัดสร้างอนุสรณ์สถานไว้บริเวณหน้าสนามกองบังคับการกองพันทหารม้าที่ 7 กรมธรรม์ม้าที่ 2 ค่ายพิชัยดาบหักอำเภอเมืองจังหวัดอุตรดิตถ์ และในวันนี้ได้มีพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีเพื่อจัดสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ มีกำหนดทอดผ้าป่าเป็นจำนวน 1270 กองกองละ 999 บาท หรือตามกำลังศรัทธา โดยให้มีการจัดสร้างอนุสรณ์สถานผู้กล้าสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นเพื่อเป็นอนุสรณ์สถานรำลึกถึงคุณงามความดีความเสียสละและวีรกรรมอันกล้าหาญของเหล่าทหารหาญ หน่วย​ พัน​ ม.127 (ม.2พัน7)​ ในสมรภูมิบ้านร่มเกล้าหรือยุทธการบ้านร่มเกล้าเป็นการรบระหว่างประเทศไทยกับประเทศลาวณบ้านร่มเกล้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์พศ 2531 หน่วยโดยร้อยเอกวิชิตวงศ์สังข์ ผบ.ร้อย ม. 1 ในขณะนั้นได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เข้าตี ที่หมาย 5 และที่หมาย 6 ซึ่งเป็นที่มั่นดัดแปลงแข็งแรงของข้าศึกซึ่งเป็นเนินสูงชันมีความสูงรองมาจากเนิน 1428 พ้นจากการสู้รบอย่างหนักต่อเนื่องเป็นเวลานานทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมากทั้งฝ่ายไทยและลาวและนับเป็นการสูญเสียชีวิตทหารมากที่สุดในการรบของไทยเท่าที่เคยมีมา หน่วยพัน 127 จำนวนยอดสูญเสีย บาดเจ็บ​ 161 นายเสียชีวิต 42 นายสูญหาย 1 นาย นอกจากนี้ยังมีสมรภูมิอื่นๆที่ท่านทั้งหลายได้ทำการรบและสร้างวีรกรรมอันหาญกล้าเพื่อรักษาอธิปไตยแผ่นดินไทยของเราไว้มาจวบถึงปัจจุบันให้ลูกหลานได้มีแผ่นดินอาศัยอยู่สำหรับวัตถุประสงค์โครงการ คือ​ 1.เพื่อเทิดเกียรติและเป็นอนุสรณ์สถานแบบผู้กล้าในสมรภูมิบ้านร่มเกล้าและสมรภูมิอื่นๆ 2 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของหน่วย 3 เพื่อเป็นศูนย์รวมจิตใจเกิดความรักชาติของกำลังพลครอบครัวและประชาชนทั่วไป 4 เป็นแบบอย่างให้ทหารรุ่นหลังรวมทั้งลูกหลานพี่น้องคนไทยทุกคนมีจิตสำนึกในความเสียสละความรักชาติบ้านเมืองและความสามัคคี

สำหรับรูปแบบการก่อสร้างอนุสรณ์สถานมีฐานขนาดกว้างยาว 7×7 เมตรตรงกลางมีแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้าง 2×1.5 เมตร ยกสูงจากพื้น 1.5 เมตรก่อสร้างด้วยปูนและปิดทับด้วยหินแกรนิต ส่วนของเกือกม้าคู่มีขนาดความกว้างยาว 2.5 x 2.4 เมตรวางอยู่บนแท่นลักษณะเกือกม้าคว่ำเกือกม้าหงายมีการจัดวางแบบฝืนแรงโน้มถ่วงของโลก ความหมายเกือกม้าหงายหมายถึงกำลังพลที่ยังมีชีวิตอยู่ เกือกม้าคว่ำหมายถึงกำลังพลที่ได้สูญเสียชีวิตไปแล้ว เมื่อนำมาไว้คู่กันหมายถึงความผูกพันระหว่างผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่กับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว ว่ายังคงรำลึกถึงกันอยู่เสมอ​ สำหรับสมรภูมิบ้านร่มเกล้าหรือยุทธการบ้านร่มเกล้าเป็นการรบระหว่างทหารไทยกับทหารลาวณบริเวณบ้านร่มเกล้าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2531 มีการสู้รบอย่างหนักต่อเนื่องกันเป็นเวลานานทำให้เกิดการสูญเสียอย่างมากทั้งสองฝ่ายและนับเป็นการสูญเสียกำลังพลมากที่สุดในการรบของไทยเท่าที่เคยมีมาเนื่องจากถือแผนที่คนละฉบับฉบับแรกสนธิสัญญาระหว่างไทยกับฝรั่งเศสได้กำหนดเอาแม่น้ำเหืองเป็นเขตแดนต่อมาในปี 2451 ฝรั่งเศสได้พบว่าแม่น้ำเหืองมี 2 สาย จึงได้เขียนแผนที่ใหม่เป็นฉบับที่ 2 ครอบคลุมเข้ามาในดินแดนของไทยแต่ไม่ได้แจ้งรัฐบาลไทยทราบในปีพศ 2530 ทางการลาวได้อ้างสิทธิเหนือดินแดนบริเวณบ้านร่มเกล้าและยกกำลังเข้ามายึดพื้นที่บ้านร่มเกล้าในเขตอำเภอชาติตระการจังหวัดพิษณุโลกและเกิดการปะทะกับกองกำลังทหารพราน กองร้อย 3405 ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคมพศ 2530 และยึดเนิน 1428 ไว้เป็นที่มั่นลาวได้รับการสนับสนุนโดยตรงจากเวียดนามและมีสหภาพโซเวียตคอยหนุนหลัง ยุทธการบ้านร่มเกล้าได้เริ่มขึ้นเมื่อ 1 กุมภาพันธ์พศ 2531 ทำให้เกิดการสู้รบอย่างหนักรวมทั้งได้ทำการโอบล้อมบริเวณชายเขาเนิน 1428 ไว้ได้แต่ไม่สามารถบุกขึ้นไปถึงยอดเงินซึ่งเป็นฐานที่มั่นของทหารลาวได้ถึงแม้จะใช้กำลังอากาศ บินโจมตีทิ้งระเบิดอย่างหนักก็ตามจนทำให้กองทัพอากาศไทยสูญเสียเครื่องบิน f5e และ ov Ten ไปอย่างละเครื่องทหารไทยจึงปรับแผนการรบใหม่โดยใช้กำลังปืนใหญ่ยิงระยะไกล ระดมยิงเข้าไปในดินแดนลาวพร้อมทั้งส่งหน่วยรบพิเศษเข้าไปตัดการส่งกำลังบำรุงของฝ่ายตรงข้ามจนกระทั่งการสนับสนุนการรบของลาวได้ลดประสิทธิภาพลงไปอย่างมาก และใช้กองทัพอากาศโจมตีเข้าไปในเขตดินแดงของเราประมาณ 30-40 กม. ฝ่ายเราจึงได้มีการเจรจาขอยุติการยิงเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2531 และเสนอให้ถอนกำลังของทั้งสองฝ่ายออกจากกันเป็นระยะห่าง 3 กิโลเมตรการรบสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2531 เนื้อที่เกาหลีพากบ้านร่มเกล้ามีเนื้อที่ 72 ตารางกิโลเมตร​ ผู้สูญเสียในสมรภูมิรบบ้านร่มเกล้าทหารไทยเสียชีวิต 147 นายบาดเจ็บ 700 กว่านาย สารลาวเสียชีวิต 286 นายบาดเจ็บ 301 นายทหารเวียดนามเสียชีวิต 157 นายบาดเจ็บ 112 นายโซเวียตเสียชีวิต 2 นายบาดเจ็บ 2 นาย​ คิวบา​เสียชีวิต 2 นาย


ทีมข่าวภูมิภาค/รายงาน