บิ๊กอู๊ด” แถลงผลงานของ บก.ตม.5 ในรอบสัปดาห์ ร่วมกับสืบ ตม.5 ตม.นครสวรรค์ ตม.ตาก จับกุม 3 คน

แชร์ไปยัง

“บิ๊กอู๊ด” แถลงผลงานของ บก.ตม.5 ในรอบสัปดาห์ ร่วมกับสืบ ตม.5 ตม.นครสวรรค์ ตม.ตาก จับกุม 3 คน

ผบช.สตม.แถลงข่าวผลการปฎิบัติงานในรอบประจำสัปดาห์ ของ บก.ตม.5 ร่วมกับสืบ ตม.5 ตม.นครสวรรค์ ตม.ตาก จับกุม 3 คดี

1.จับกุมคนต่างด้าวสัญชาติจีน ฐาน “จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”
2.จับกุมโต๊ะพนันออนไลน์มีนายทุนจีน เป็นเจ้ามือ ผู้ต้องหา 10 คน
3.จับกุมแก๊งขนแรงงานต่างด้าว ใช้รถแท็กซี่สนามบิน
ต่างด้าว7คน

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม.ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีหมายจับตำรวจสากล หรือมีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน หรือเป็นลักษณะการกระทำผิดเข้าข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ

สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.เดชา กัลยาวุฒิพงศ์ ผบก.ตม 5 , พ.ต.อ.เอกกร บุษบาบดินทร์ รอง ผบก.ตม.5 , พ.ต.อ.เศรษฐภัทร ณ สงขลา ผกก.สส.บก.ตม.5 ร่วมแถลงข่าว ดังนี้ เจ้าหน้าที่กองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง ๕ และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการปฏิบัติพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค ๕ ได้ร่วมกันจับกุมตัวนายหวงฯ อายุ 28 ปี สัญชาติจีน พร้อมของกลาง อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก, อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขนาย .38 จำนวน 1 กระบอก, กระสุนปืนขนาด .32 จำนวน 1 นัด, โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อซัมซุง จำนวน 1 เครื่อง ส่งดำเนินคดีในความผิดฐาน “จำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต และเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด”

โดยเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่าผู้ต้องหาได้ประกาศขายอาวุธปืน จำนวน 2 กระบอกๆ ละ 10,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้ให้สายลับติดต่อล่อซื้อ และผู้ต้องหาได้ตกลงขายโดยนัดหมายกันที่บริเวณลานจอดรถใต้อาคารห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งบน ถ.เชียงใหม่-ลำปาง ต.หนองป่าครั่ง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ เมื่อถึงเวลาเกิดเหตุผู้ต้องหาได้นำอาวุธปืนและกระสุนปืนของกลางมาส่งมอบให้สายลับ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม พร้อมยึดของกลาง จากการตรวจสอบยังพบว่าผู้ต้องหาได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ถึงวันที่ 16 ก.พ.63 (อยู่เกิน 419 วัน) จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดี

คดีที่ 2 ตม.นครสวรรค์ จับกุมผู้ต้องหาคนไทย ใช้รถยนต์แท็กซี่ป้ายเขียว ลักลอบนำพาแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง สัญชาติเมียนมา จำนวน 7 คน พ.ต.ท.มนตรี อินเปรี้ยว สว.ตม.จว.นครสวรรค์ ร่วมจับกุม

ได้บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.ปส.3 ด่านตรวจพยุหะคีรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ตั้งจุดตรวจสกัดกั้นการลักลอบเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ บริเวณถนนพหลโยธิน ขาเข้า กทม. ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จ.นครสวรรค์ ได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหา คือนายกุลโรจน์ฯ ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ จ.สมุทรปราการ พร้อมของกลางรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ โตโยต้า คัมรี่ สีดำ จำนวน 1 คัน และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมแรงงานแต่งด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 7 คน ซึ่งลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย

โดยกล่าวหานายกุลโรจน์ฯ ว่า “ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือ ด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายพ้นการจับกุม , ฝ่าฝืนข้อบังคับตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และฝ่าฝืนคำสั่ง ผจว.นครสวรรค์ (ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่)” และกล่าวหาคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ทั้ง 7 คน ว่า “เป็นคนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต, ฝ่าฝืนข้อบังคับตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และฝ่าฝืนคำสั่ง ผจว.นครสวรรค์ (ห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าวเข้าพื้นที่) นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมด ส่ง พงส.สภ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ผู้ต้องหารับสารภาพว่ามีผู้ว่าจ้างให้เดินทางไปรับแรงงานต่างด้าวทั้ง 7 คน ลักลอบเดินทางไปทำงานในพื้นที่จังหวัดปริมณฑล ขณะนี้อยู่ในระหว่างสืบสวนขยายผลจับกุมเครือข่ายผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประเทศเพื่อนบ้าน ให้บริการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน รวมทั้งดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศชาติ หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

แชร์ไปยัง
Loading Facebook Comments ...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *